รีวิวจากผู้ใช้

ทำไมต้องน้ำมันปลาพอลล็อกอลาสกา?

พอลล็อกอลาสกา คือปลาทะเลเนื้อขาวชนิดหนึ่ง พบมากในทะเลแถบอลาสกาและมหาสมุทรแปซิฟิกเหนือ เลือกจับปลาพอลล็อกในธรรมชาติ ในสหรัฐอเมริกา (USA Wild-Caught) เท่า⁠นั้น และให้ความสำคัญกับความสดใหม่ของน้ำมันปลา ด้วยการควบคุมค่า Total Oxidation (TOTOX) ไม่เกิน 5 meq O₂/kg ซึ่งเป็นดัชนีบ่งชี้ระดับการเกิดออกซิเดชันของน้ำมัน และดีกว่าเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนดไว้ไม่เกิน 26 meq O₂/kg พร้อมกระบวนการผลิตที่ใช้อุณหภูมิต่ำและเทคนิคการกลั่นระดับโมเลกุล (Molecular Distillation) เพื่อให้ได้น้ำมันปลาคุณภาพสูง มีความบริสุทธิ์ และลดกลิ่นคาว

วัตถุดิบสกัดจากปลาพอลล็อกจากอลาสกา จึงมีโอกาสสะสมโลหะหนักน้อยกว่าปลาขนาดใหญ่อื่นๆ

⚠️ ความแตกต่างที่แท้จริง

อัตราส่วน EPA เข้มข้นสูงสุดในท้องตลาด

Vidé Vita มีสัดส่วน EPA:DHA 2.51:1 พร้อม EPA 713 มก. และ DHA 284 มก. ต่อแคปซูลนิ่ม

กราฟ EPA ต่อน้ำมันปลา 1 กรัม แสดงว่า EPA มากกว่าค่าเฉลี่ยทั่วไป 2.6 เท่า

ทำความเข้าใจบทบาทและความแตกต่างของโอเมก้า-3 ทั้งสองชนิด (EPA และ DHA) เพื่อเลือกสูตรน้ำมันปลาที่เหมาะกับคุณ อ่านต่อที่นี่

อัตราส่วน EPA เข้มข้นสูงสุดในท้องตลาด

C1 0.23
C2 1.34
1.50
C3
C4
Vidé Vita 2.51
03.0

C1 ให้ EPA 171 มก. และ DHA 733 มก. ต่อแคปซูล · C2 ให้ EPA 286 มก. และ DHA 214 มก. ต่อแคปซูล · C3 ให้ EPA 180 มก. และ DHA 120 มก. ต่อแคปซูล · C4 ให้ EPA 540 มก. และ DHA 360 มก. ต่อแคปซูล · Vidé Vita ให้ EPA 713 มก. และ DHA 284 มก. ต่อแคปซูล

น้ำมันปลาทั่วไป 🆚 Prime EPA

สิ่งที่ควรพิจารณา เมื่อต้องเลือกซื้อน้ำมันปลา

น้ำมันปลาในท้องตลาดPrime EPA
ปริมาณ EPA ต่อน้ำมันปลา 1 กรัม
ส่วนใหญ่มี
เพียง 120 - 380 มก.
มากถึง 713 มก.
สัดส่วนของกรดไขมันโอเมก้า-3
ส่วนใหญ่อยู่ระหว่าง
350 - 600 มก.
ต่อน้ำมันปลา 1,000 มก.
มากถึง 998 มก.
ต่อน้ำมันปลา 1,000 มก.
แหล่งที่มาของปลาที่ใช้ผลิตน้ำมัน
ไม่ระบุชนิดของปลา แหล่งที่จับที่ชัดเจน และกำหนดกรอบของค่าการเกิดออกซิเดชันของน้ำมัน (TOTOX) ไว้ในช่วง 20 ถึง 25 meq O₂/kg เพื่อให้ผ่านเกณฑ์เท่านั้น ปลาพอลล็อกอลาสกา จับในธรรมชาติ ในสหรัฐอเมริกาเท่านั้น และมีค่าการเกิดออกซิเดชันของน้ำมัน (TOTOX) ไว้ที่ไม่เกิน 5 meq O₂/kg ซึ่งค่า TOTOX ยิ่งน้อย ยิ่งสดใหม่ และบริสุทธิ์กว่า
ราคาต่อปริมาณEPA ที่ได้รับ
หากต้องการให้ได้ EPA มากกว่า 710 มก. ต้องทานมากถึง 4-5 แคปซูล และได้แคลอรีจากไขมันจำนวนมากกว่าถึง 60-75 kcal ทานเพียง 1 แคปซูล ก็ได้รับ EPA มากกว่า 710 มก. แล้ว และได้แคลอรีจากไขมันเพียง 15 kcal เท่านั้น
ภาพจำลองเซลล์จุลินทรีย์และสาย DNA เพื่ออธิบายการระบุสายพันธุ์ / Probiotic cell and DNA illustration for strain identity

L. rhamnosus GG (LGG)สายพันธุ์เด่นที่มีงานวิจัยรองรับ

เราเลือก Lactobacillus rhamnosus GG หนึ่งในสายพันธุ์โพรไบโอติกที่มีการศึกษาทางคลินิกในมนุษย์ พร้อมงานวิจัยด้านโครงสร้างที่ช่วยยึดเกาะชั้นเมือกในลำไส้ เพราะคุณสมบัติโพรไบโอติกแตกต่างกันได้แม้อยู่ในจุลินทรีย์ชนิดเดียวกัน การระบุให้เจาะจงถึงสายพันธุ์จึงเป็นรายละเอียดที่เราให้ความสำคัญ

Imported from USA 🇺🇸

16 สายพันธุ์ ระบุชัดเจนทุกรหัส

รวมโพรไบโอติก 16 สายพันธุ์ พร้อมระบุรหัสของแต่ละสายพันธุ์อย่างชัดเจน ให้คุณรู้ว่าทุกแคปซูลประกอบด้วยจุลินทรีย์อะไรบ้าง เพราะรหัสสายพันธุ์คือรายละเอียดสำคัญที่ช่วยระบุตัวตนของจุลินทรีย์

  • L. rhamnosus GG ลดโอกาสท้องเสียจากยาปฏิชีวนะ ช่วยลดท้องผูก
  • B. longum มีงานวิจัยด้านเกราะป้องกันลำไส้ (Gut barrier)
  • B. coagulans และ L.acidophilus ช่วยจัดการกับจุลินทรีย์ที่ไม่พึงประสงค์
  • Bifidobacterium หลายสายพันธุ์ ที่รวมเข้ามา มีงานวิจัยของสูตรรวม ในการช่วยท้องผูก ลดเครียด หรือเสริมภูมิ
ภาพจำลอง MatriCoat: เซลล์จุลินทรีย์ ชั้นเคลือบ และ protective matrix / MatriCoat visual: probiotic cell, protective coating and matrix

หุ้มเซลล์ด้วย MatriCoat ช่วยให้รอดไปถึงลำไส้ในอัตราที่สูงกว่า

ใช้เทคโนโลยีการผลิตทำแห้งแบบเยือกแข็ง (Freeze-drying) ให้เหมาะกับแต่ละสายพันธุ์ เพื่อปกป้องความอยู่รอดและความคงตัวของเซลล์ ห่อหุ้มเซลล์ด้วย MatriCoat ช่วยให้ปลอดภัยจากการถูกทำลายด้วยกรดในกระเพาะอาหารและด่างในน้ำดี ทำให้จุลินทรีย์เหลือรอดไปถึงลำไส้ในอัตราที่สูงกว่า และสามารถเก็บในอุณหภูมิห้องได้นานกว่า

ทำไมต้องมี Fructo-Oligosaccharides (FOS)?

FOS คือใยอาหารที่จะเป็นอาหารให้จุลินทรีย์ดีในลำไส้ ช่วยสนับสนุนการเติบโตของจุลินทรีย์ คุณสมบัติสำคัญคือต้องทนต่อการย่อยในลำไส้เล็กและถูกจุลินทรีย์นำไปใช้ได้ โดยเราเลือกใช้ประเภทสายสั้น (short-chain FOC) ซึ่งจุลินทรีย์บางสายพันธุ์นำไปใช้ได้ง่ายกว่า และเลือกใช้ก่อน ซึ่งโดยทั่วไปการหมักจะเกิดขึ้นได้เร็วกว่า

โพรไบโอติกทั่วไป 🆚 Daily Probiotic

สิ่งที่ควรพิจารณา เมื่อต้องเลือกซื้อโพรไบโอติก

โพรไบโอติกในท้องตลาดDaily Probiotics
ชนิดสายพันธุ์ของจุลินทรีย์
แตกต่างกันในการเลือกสายพันธุ์ เช่น L. rhamnosus เป็นชื่อสปีชีส์ของจุลินทรีย์ แต่ไม่ใช่ทุกสายพันธุ์เฉพาะ (strain) จะมีงานวิจัยในมนุษย์รองรับ เลือกใช้ L.rhamnosus GG ซึ่งระบุ GG เป็นสายพันธุ์เฉพาะ (strain) ที่มีงานวิจัยรองรับในมนุษย์มากในอันดับต้นๆ
ความหลากหลายของสายพันธุ์จุลินทรีย์
ส่วนใหญ่ระบุว่ามี 2-3 สายพันธุ์เท่านั้น และมีปริมาณรวมกัน 30-80 มก.ต่อแคปซูล ใช้ 16 สายพันธุ์ เพราะมีเป้าหมายเพื่อรวมจุลินทรีย์ที่มีคุณสมบัติต่างกัน ให้ดูแลสุขภาพได้หลายด้านขึ้น และมีปริมาณรวมกันสูงถึง 163.88 มก.ต่อแคปซูล
ทนทานต่อน้ำย่อยผ่านไปยังลำไส้
ถูกทำลายด้วยกรดในกระเพาะอาหารและด่างในน้ำดี หุ้มเซลล์จุลินทรีย์ด้วย MatriCoat ช่วยให้เซลล์จุลินทรีย์เหลือรอดไปถึงลำไส้ในอัตราที่สูงกว่า
อาหารสำหรับจุลินทรีย์ให้เพิ่มจำนวน
ไม่มี และความจริงแล้วจุลินทรีย์ต้องการอาหาร เพื่อใช้ดำรงชีวิตและขยายจำนวนภายในลำไส้ของเรา มี Fructo-Oligosaccharide (FOS) 80 มก.⁠บรรจุรวมมาในแคปซูล เพื่อเป็นอาหารให้จุลินทรีย์ขยายจำนวนในลำไส้ได้ดี

คนที่กินอยู่ทุกวัน

ภาพจากลูกค้าจริงที่ส่งกลับมาให้เรา ทั้งที่บ้าน ที่ทำงาน และระหว่างวัน

ผลิตภัณฑ์อื่นจาก Vidé

สิทธิ์พิเศษสำหรับคุณ

ใช้โค้ดส่วนลดของคุณ

มีโค้ดส่วนลด หรือเป็นลูกค้าโรงพยาบาล หากใช้โค้ดพาร์ตเนอร์ ระบบจะจำผู้รับคอมมิชชันล่าสุด 3 เดือน

หรือ
ไม่มีโค้ด ก็รับส่วนลดตามจำนวนขวดได้